“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้กำลังใจคู่แข่งลุ้นแชมป์ของพวกเขาอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หมดกำลังใจในการไล่ตาม และนั่นคือวิธีที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ชื่นชอบเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล คงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกต่อไป หลังจาดที่เปิดรังแอนฟิลด์ เฉือนเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส 1-0 ในเกมลีกเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมทำแต้มทิ้งห่าง เลสเตอร์ ทีมอันดับ 2 อยู่ถึง 13 และเตะน้อยกว่า 1 นัด ชัยชนะเหนือ วูล์ฟแฮมป์ตัน หลังจากบุกไปถล่ม เลสเตอร์ ที่สนามคิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา นั้น บรรดานักเตะ ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งสไตล์ และบุคลิกการเล่นของ “หงส์แดง” ชุดนี้ แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นแชมป์ยุโรป และแชมป์สโมสรโลก ในไม่ช้าแน่นอนว่า แชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

วูล์ฟแฮมป์ตัน อยู่ในเกม และพวกเขามีโอกาสทำประตูตีเสมอ ลิเวอร์พูล แต่พลพรรค “หมาป่า” ต้องเจอกับการตัดสินจาก VAR 2 ครั้ง ที่อาจทำให้พวกเขาไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม วูล์ฟแฮมป์ตัน ก็ต้องออกจากแอนฟิลด์เหมือนกับผู้มาเยือนรายอื่นที่ไม่สามารถมาคว้าชัยชนะที่สนามแห่งนี้ไปได้ มันคือ ชัยชนะในบ้าน 10 จาก 10 เกมของ ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ และเป็นการไม่แพ้ติดต่อกันในบ้าน 50 เกมของพวกเขา โดยทีมของ คล็อปป์ ยังไม่แพ้ใครในซีซั่นนี้ และเชื่อว่า ยังคงไม่แพ้ต่อไปอีก 1 เกม ที่จะเปิดบ้านพบกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 2 มกราคม คล็อปป์ กล่าวหลังจบเกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ผ่าน “สกายสปอร์ต” สื่อกีฬาชั้นนำแดนผู้ดีว่า “ถ้ามันเป็นเรื่องง่ายที่จะชนะในจำนวนเกมเท่าที่เราทำนั้น ทีมอื่น ๆ อีกมากมายก็คงจะทำได้เช่นกัน แต่ผมคิดว่า มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณต้องต่อสู้กับทุกสิ่งที่คุณ มีบางครั้งคุณก็ต้องใส่ทุกอย่างลงไปมากกว่าที่เคยทำ เด็ก ๆ ทำอย่างนั้นตลอดเวลา ดังนั้น ผมจึงไม่สามารถภูมิใจในสิ่งที่พวกเขาทำได้มากกว่านี้อีกแล้ว มันน่าประทับใจมาก พวกเขาต้องทำบางสิ่งที่แตกต่างจากเดิมเล็กน้อยในเกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในช่วงครึ่งแรกเรามีการครอบครองมากมาย และมีจังหวะเล่นงานแนวรับของพวกเขาเป็นระยะ ซึ่งมาจากการที่เราเพิ่มจังหวะการเล่นให้เห้เร็วขึ้น แต่เราก็ยิงได้เพียงประตูเดียว และในช่วงครึ่งหลังลูกทีมของผมต้องแสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของการเล่น และนั่นคือความยืดหยุ่น”

คล็อปป์ จะค้นหาทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เขาพอใจเหมือนในเกมกับ เลสเตอร์ ในวันบ็อกซิ่งเดย์ที่ผ่านมา เพราะมันทำให้ทุกคนพูดถึงความแข็งแกร่งของผู้เล่นกลุ่มนี้ ซึ่งกำลังมีลุ้นคว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี “เราจะไม่อนุญาตให้ผู้เล่นกลุ่มนี้คิดถึงเรื่องการคว้าแชมป์ ผู้เล่นกลุ่มนี้รู้ดีถึงการกำหนดมาตรฐานการเล่นของตัวเองพวกเขารู้ดีว่า พวกเขามีความสามารถในการตัดสินใจว่า จะเข้าสู่เกมที่เราปล่อยให้ตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้า หรือเราเลือกที่จะสดชื่นทั้งร่างกาย และจิตใจ มันสามารถทำให้เรามีสิทธิในการตัดสินใจที่จะเล่นในแนวทางของเราเอง ” อดีตนายใหญ่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุน์ ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน กล่าว ทัศนคติแบบนั้น ถูกปลูกฝังลงไปในทีมของ คล็อปป์ โดยเกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน นั้น ลิเวอร์พูลมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นเพียงแค่คนเดียวโดย อดัม ลัลลาน่า กองกลางชาวอังกฤษ ได้ลงสนามเป็นตัวจริงแทน นาบี เกอิต้า มิดฟิลด์ทีมชาติกินี และลัลลาน่า ก็ไม่ทำให้เจ้านายของเขาผิดหวังหลังจากเป็นคนแอสซิสต์ให้ ซาดิโอ มาเน่ ปีกทีมชาติเซเนกัล ซัดประตูขึ้นนำ และเป็นประตูชัยในเกมนี้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ประตูขึ้นนำ บรรดานักเตะ ลิเวอร์พูล ก็ดูจะฟอร์มแผ่วไปเล็กน้อยหลังจากนั้น โดย คล็อปป์ อธิบายว่า “ผมเห็นว่าเราผ่อนเกมเร็วเกินไป แต่เราเป็นมนุษย์ และนั่นเป็นเรื่องปกติ การเล่นบอลยาวของเราก็ไม่ประสบความสำเร็จ และเราไม่สดชื่นพอที่จะปรับตัวเข้ากับสิ่งนั้นในทันทีและทำให้เรามีปัญหาบางอย่าง”

สิ่งที่สำคัญคือ ลิเวอร์พูล ผ่านมันมาได้อีกครั้ง ในขณะที่ แมนฯซิตี้ บุกไปนำ วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่สนามโมลินิวซ์ สเตเดี้ยม แต่สุดท้ายแพ้ไป 3-2 โดยพลพรรค “เรือใบสีฟ้า” ไม่สามารถรักษาโมเมนตั้มของเกมได้ และพวกเขาดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหลังจบเกม เปป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปนของ แมนฯซิตี้ ก็ยอมรับแล้วว่า เป็นงานยากที่จะลุ้นแชมป์กับ “หงส์แดง”สิ่งที่ทำให้สิ่งนี้น่าประทับใจมากคือ ลิเวอร์พูล ชุดนี้เป็นทีมที่อาจล้มเหลวได้ หลังได้เพียงรองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น แข้ง “หงส์แดง”ภายใต้การนำของ คล็อปป์ ใช้ความผิดหวังจากปีที่ผ่านมา ที่พลาดแชมป์เนื่องจากมีแต้มน้อยกว่า แมนฯซิตี้ เพียง 1 คะแนนนั้น เป็นแรงผลักดันในซีซั่นนี้

ย้อนกลับไปในปี 2016 หลังจากพ่ายแพ้ แมนฯซิตี้ ในนัดชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลลีก คัพ คล็อปป์ กล่าวว่า “มีเพียงคนงี่เง่าโง่เท่านั้นที่ยืนอยู่บนพื้น และรอความพ่ายแพ้ครั้งต่อไป” มันยังคงเป็นวลีที่ก้องอยู่ในหัวของนักเตะ ลิเวอร์พูล ตลอดเวลา และมันเป็นแรงปรารถนาที่ทำเพื่อให้แน่ใจว่า โอกาสแห่งความสำเร็จจะมาอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ความพ่ายแพ้ต่อ เรอัล มาดริด 1-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงฯ ในปี 2018 ที่กรุงเคียฟ นั้น อาจทำให้ ลิเวอร์พูล ล้มเหลว แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จหลังจากที่ในปีต่อมา พลพรรค “หงส์แดง” เอาชนะ ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนตินา ได้ในนัดชิงฯ ผลบอล7m สรุปด้วยสกอร์ 2-0 ที่กรุงมาดริด คล็อปป์ กล่าวถึงความผิดหวังหลังจากการพ่ายแพ้ มาดริด ในเคียฟว่า “มันเป็นเรื่องที่งดงามมาก ผมเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ร้องไห้เลย ทุกคนในครอบครัวของผม แม้แต่เอเย่นต์ของผมต่างก็ร้องไห้ เพราะพวกเขารู้สึกเสียใจที่เราแพ้ และพวกเขาคิดว่า ผมต้องเสียใจแน่นอน แต่ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นจุดจบของบางสิ่ง และมันเป็นเพียงอีกก้าวหนึ่ง”

ความคิดแบบเดียวกันนี้ได้ทำให้ ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่ดีสำหรับตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้ และการชนะ 9 เกมหลังสุดของฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับเก็บได้ถึง 97 คะแนน แต่ยังไม่ได้แชมป์ มันคือแรงผลักดันทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ลิเวอร์พูล จะถูกหยุดได้หรือไม่ ข้อสรุปเชิงตรรกะคือ พวกเขาไม่สามารถมองผ่านป้ายแบนเนอร์ตามที่นั่งในอัฒจันทร์ฝั่ง Sir Kenny Dalglish Stand ได้ หลังจากเพิ่มถ้วยยุโรปสมัยที่ 6 ไปแล้ว โดยแชม์ลีก 18 สมัย อาจได้รับการปรับเปลี่ยนเช่นกัน เพราะ แชมป์สมัยที่ 19 น่าจะใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว แต่ก็ไม่มีใครในสโมสร ลิเวอร์พูล ที่จะคิดไปไกลเช่นนั้น สิ่งที่ชัดเจนในแอนฟิลด์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อพวกเขาจบปี 2019 ด้วยชัยขนะ และยังรั้งตำแหน่งจ่าฝูง คือ แฟนบอล “หงส์แดง” ยังคงอยู่ในสนามเพื่อให้กำลังใจนักเตะ และ คล็อปป์ ที่กำลังจะทำให้ฝันเป็นจริง คล็อปป์ กล่าวว่า “ผมคิดว่าแฟน ๆ ของเราก็เป็นเหมือนกับนักเตะในทีม พวกเขาไม่สนใจเสียงรอบข้าง ในตอนนี้พวกเขาไม่ต้องการเฉลิมฉลองใดๆทั้งสิ้น ผมชอบสิ่งที่แฟนๆทำในวันนี้ เพราะมันเป็นเกมที่กดดัน และเครียด นั่นเป็นสิ่งที่ดี พวกเราจะสู้ไปจนกว่าจะมีคนบอกว่า เรามีคะแนนมากพอที่จะเป็นแขมป์แล้ว” ถึงแม้เวลานั้นอาจจะอยู่ห่างออกไปหลายเดือน แต่สำหรับทีมลิเวอร์พูลที่แข็งแกร่ง ไม่หยุดยั้งและยอดเยี่ยมแบบนี้ สิ่งที่พวกเขารอคอยมันจะมาอย่างแน่นอน